M&M เด็กน้อยผู้มี โมดริช-อิเนียสต้า เป็นไอดอล ..และถูกขัดเกลาโดย แลมพาร์ด

“ผมลำบากใจที่ต้องปฏิเสธปอร์ทสมัธ ผมคือแฟนตัวยงที่ถือตั๋วปีของสโมสรและเติมโตมาพร้อมๆ กับการตามเชียร์ทีมนี้ มันยากมากที่ต้องบอกปัดทีมปอมปีย์”

ย้อนไปราว 14 ปีก่อน เมาสัน เมาท์ เด็กน้อยจากปอร์ทสมัธเมืองเล็กๆ ทางภาคใต้ของอังกฤษ ถือเป็นแข้งวัยกระเตาะมีฝีเท้าเตะตาแมวมองหลายต่อหลายทีม.. ดังนั้นไม่แปลกที่ เมาท์ จะถูกทาบทามให้เข้าสู่อคาเดมี่ของสโมสรดังในบ้านเกิดตั้งแต่วัยเด็ก

อย่างไรก็ดี ในเวลาเดียวกัน เซาแธมป์ตัน ทีมยักษ์ใหญ่จากแดนใต้ ..รวมถึงเชลซี เป็นอีก 2 ทีมที่ส่งข้อเสนอมาเคาะประตูบ้านของ “มิสเตอร์-มิสซิสเมาท์” ให้พิจารณาอนาคตของลูกชายวัย 6 ขวบอีกครั้ง

“สำหรับเซาแธมป์ตัน มันไม่ยากเลย ผมได้เดินทางไปที่นั่นแล้ว ได้สวมชุดแข่งของทีมแล้ว แต่มันแค่รู้สึกที่ไม่อยากลงไปซ้อม ไม่ใช่ผมไม่ให้เกียรติทีมพวกเขานะ แต่ผมเป็นเด็กปอมปีย์! ผมรู้สึกอึดอัดใจที่ต้องใส่เสื้อทีมเซาแธมป์ตัน”

“ส่วนเชลซี ในเวลานั้นมีหลายสิ่งที่ได้เปรียบกว่าปอร์ทสมัธ ทั้งเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงเด็กๆ ในทีมอคาเดมี่ก็การแข่งขันสูงกว่า” เมาท์ ให้สัมภาษณ์กับ The Sun ถึงเหตุผลที่ตัดสินใจมอบลายเซ็นแรกบนสัญญาฉบับเยาวชนของเชลซี และเก็บกระเป๋ามุ่งสู่ลอนดอน เมื่อปี 2005

ในสีเสื้อเชลซี.. เมาท์ ลงเล่นให้ทีมเยาวชนมาแล้วทุกชุด ไล่ตั้งแต่ลีกเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี 18 ปี และ 21 ปี

ผลงานชิ้นโบว์แดงของเจ้าหนูจากปอร์ทสมัธ อยู่ในฤดูกาล 2016-17 ที่เขายิงไป 10 ประตูจาก 30 เกม ก่อนจะได้รางวัลอันล้ำค่าจากเชลซี ด้วยสัญญาอาชีพฉบับแรกระยะเวลา 4 ปี เมื่อกรกฏาคม 2017

ซีซั่นถัดมา.. ทีมเทคนิคที่ดูแลด้านการปล่อยยืมตัวของเชลซี ซึ่งนำโดย เปาโล แฟร์เรร่า ตัดสินใจส่ง เมาท์ ไปให้ วิเทสต์ อาเน่ม ทีมพันธมิตรในลีกดัตช์ใช้งาน 1 ปี.. และถึงแม้ยังไม่เคยลงเล่นในทีมชุดใหญ่ของเชลซี แม้แต่นาทีเดียว แต่ เมาท์ ก็เปิดตัวในเวทีระดับอาชีพอย่างโดดเด่นด้วยการฝากผลงาน 9 ประตู จาก 29 เกม ในศึกเอเรดิวิซี่ ลีก ดัตช์ 2017-18

“เป้าหมายของผมคือการเล่นในระดับสูงสุด นั่นคือเป้าหมายของนักเตะดาวรุ่งทุกคนอยู่แล้ว ผมอยากเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก กับสโมสรต้นสังกัด และผมจะพยายามทำงานหนักทุกวันเพื่อไปถึงเป้าหมาย”

“การตัดสินใจย้ายไปเล่นกับวิเทส แบบยืมตัวเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงบ่อยมาก แต่ผมคิดว่านั่นคืออีกหนึ่งก้าวที่ยอดเยี่ยมเลย คุณพ่อและครอบครัวผมค่อนข้างแฮปปี้กับการตัดสินใจครั้งนี้ด้วย”

เมื่อพิจารณาจากสถิติปีสุดท้ายในทีมเยาวชนของเชลซี (10 ประตู-30 เกม) และอีก 1 ฤดูกาลเต็มกับวิเทสต์ (9 ประตู-29เกม) ตัวเลขการมีส่วนร่วมในเกมรุกของ เมาท์ เป็นที่น่าพอใจและรักษามาตรฐานได้ดีทีเดียว

ด้วยฟอร์มบวกกับสไตล์การเล่นที่ผ่านมาของ เมาท์ ไม่แปลกเลยทีเขาจะยอมรับว่า ลูก้า โมดริช อันเดรียส อิเนียสต้า และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด คือ 3 นักเตะที่เขายึดเป็นแบบอย่างมากตั้งแต่เด็ก

“ผมพยายามซ้อมจังหวะจบสกอร์ เพราะผมอยากยิงประตูได้เยอะๆ และส่งให้เพื่อทำประตูได้ด้วย นั่นคือเป้าหมายหลัก ผมฝึกซ้อมยิงประตูด้วยเท้าซ้ายและเท้าขวา ฝึกซ้อมจังหวะเตะมุม ลูกฟรีคิก ผมอยากทำใด้ให้รอบด้าน”

“ในช่วงที่ผมเติบโตพร้อมกับเป็นนักเตะเชลซี แฟร้งค์ แลมพาร์ด คือคนที่ผมเฝ้าดูอยู่ตลอด เขาเป็นกองกลางจอมยิงประตู ผมชอบดูการเล่นและการทำประตูของเขา เรียนรู้การเคลื่อนที่เข้าสู่กรอบเขตโทษ เพราะเขามักจะอยู่ถูกที่ถูกเวลาเสมอ”

“โมดริช และ อิเนียสต้า ก็ด้วย ผมคิดว่าพวกเขาทั้งคู่คือผู้เล่นระดับท็อป ผมชอบดูการเล่นของพวกเขาและพยายามเอามาปรับใช้กับตัวเอง”
และในที่สุดฤดูกาลที่ผ่านมา เส้นทางที่ เมาท์ ไม่ได้เลือกก็ลิขิตให้เขาได้ร่วมงานกับนักเตะในดวงใจวัยเด็ก.. เพียงไม่กี่วันหลังจาก แลมพาร์ด ถูกแต่งตั้งให้คุมทีมดาร์บี้ เคาท์ตี้ และเขาเป็นคนยื่นเรื่องถึงเชลซี พร้อมทำสัญญาเช่าขอยืมตัว เมาท์ มาใช้งานเป็นเวลา 1 ปีด้วยตัวเอง

ในวัย 19 ย่าง 20 ปี ภายใต้การขัดเกลาของ แลมพาร์ด ที่ดาร์บี้.. เมาท์ ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักในทีม “แกะเขาเหล็ก” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ถึงแม้จะไม่สามารถช่วยทีมเลื่อนชั่นสู่พรีเมียร์ลีก แต่ เมาท์ ก็บอกลาแฟนๆ ดาร์บี้ แบบแฮปปี้เอดดิ้ง โดยมีสถิติส่วนตัวพ่วงท้ายเท่ๆ 11 ประตู จาก 44 เกมในทุกรายการ

ช่วงเวลาการยืมตัว 2 ซีซั่น เมาท์ ได้เรียนรู้ชีวิตช่วงรอยต่อของความเป็นเยาวชนและนักเตะอาชีพ..

เขาเข้าใจจังหวะการเล่นในทีมชุดใหญ่มากขึ้น พร้อมกับทัศนคติเชิงบวกที่สั่งสมจากประสบการณ์และถูกเพาะบ่มมากจากครอบครัวว่า ถึงจะเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกแต่ก็ต้องช่วยเพื่อนเล่นเกมรับด้วย..

“นี่คือบทเรียนสำคัญของผมกับการย้ายจากอคาเดมี่ มาสู่ลีกอาชีพ ช่วงแรกผมไม่ค่อยได้ลงสนามอย่างที่ตั้งใจไว้ ผมต้องนั่งอยู่ข้างสนามและมันค่อนข้างแปลก ผมแค่ต้องการลงเล่น มันยากที่จะยอมรับ แต่นี่คือฟุตบอลเป็นสิ่งที่ผมต้องเรียนรู้และต้องต่อสู่เพื่อตำแหน่งตัวจริง”

“พ่อบอกผมเสมอว่า -นายต้องซ้อมให้หนักและทำในสิ่งที่คนอื่นเขาไม่ทำกัน-”

“เขาบอกผมว่า -นายอย่าเล่นดีเฉพาะตอนที่มีบอลเท่านั้นนะ นายต้องวิ่งกลับไปพยายามเข้าสกัด พยายามเอาบอลกลับมาด้วย- นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะแนะนำตัวเองว่าผมสามารถทำอะไรได้บ้างในตอนนี้ ผมไม่อยากเป็นแค่ผู้เล่นตัวรุกที่แค่วิ่งเติมเข้าไปในเขตโทษแล้วยิงประตู ผมอยากทำให้ได้ทุกอย่าง”

ขณะที่ โทนี่ เมาท์ พ่อของ เมสัน ก็ชื่นชมว่า การได้ร่วมงานกับ แลมพาร์ด ทำให้ลูกชายของเขาพัฒนาในด้านเกมรับมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่า มันเป็นโอกาสและประสบการณ์ที่ดีก่อนจะมาแย่งตัวจริงในทีมชุดใหญ่ที่เชลซี ในปีนี้

“เขาชอบและสนุกกับการเล่นให้ ดาร์บี้ มันเป็นโอกาสดีที่ได้ร่วมงานกับตำนานอย่าง แลมพาร์ด ในทุกๆ วัน เมสัน จะบอกผมตลอดกับสิ่งที่ได้เห็น ได้ฟัง และได้เรียนรู้ แลมพาร์ด คือคนที่ติวเข้มในสิ่งที่ เมสัน ยังขาดไป นั่นไม่ใช่ประสบการณ์ที่ได้จากการลงสนามหรือเล่นในลีกที่แข็งแกร่งขึ้น แต่เป็นการพัฒนาและเรียนรู้มากขึ้นด้วย”

แน่นอนเด็กจากอคาเดมี่เชลซี ทุกคนต้องมีความฝันที่จะเดินตามรอย จอห์น เทอร์รี่ เด็กเยาวชนที่ถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ ก้าวมาเป็นกัปตันทีม และได้รับการยกย่องจากแฟนบอลให้เป็นตำนาน

เมื่อคนเป็นพ่อถูกถามคำถามสำคัญเกี่ยวความคาดหวังที่จะได้เห็นลูกชายตัวเองก้าวข้ามความเป็นเยาวชน สู่บทบาทตัวหลักของเชลซี ภายใต้การคุมทีมของ แลมพาร์ด ในปีนี้.. โทนี่ ยังมั่นใจว่า ลูกชายของเขาจะเป็นความภูมิใจของเชลซี และไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง

“เขาทำได้แน่และพยายามทำมาตลอด เขาเชื่อมั่นว่า หากเขาได้รับโอกาสเขาจะคว้ามันไว้ได้ เขาพูดไว้ว่าจะเป็นแบบ จอห์น เทอร์รี่ ให้ได้ตั้งแต่เด็ก ผมก็กลัวๆ เหมือนกันเพราะช่วงหลังประวัติของเด็กจากอคาเดมี่เชลซี ก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ เมสัน เชื่อแบบสุดหัวใจและจะพยายามทำมันให้ดีที่สุด”

ว่ากันว่า การทำอะไรครั้งแรกมักตื่นเต้นเสมอและจากเด็กน้อยเมื่อ 14 ปีก่อน ..จนถึงวันนี้ เมาท์ กำลังรอคอยโอกาสก้าวสำคัญเพื่อพิสูจน์ตัวเองกับเชลซี ต่อหน้าแฟนบอลที่สแตมฟอร์ด บริจด์

ขณะเดียวกันในฝั่งของผู้ชมก็รอลุ้นด้วยเช่นกันที่จะได้เห็นนักเตะลูกหม้อของสโมสรสักคนขึ้นมาเป็นแกนหลักของทีม

ถึงแม้ เมาท์ จะไม่ใช่เด็กท้องถิ่นที่เกิดและโตในลอนดอน แต่การหันหลังให้กับปอร์ทสมัธ.. และย้ายจากบ้านเกิดอยู่กับทีมตั้งแต่ 6 ขวบ ก็น่าจะทำให้เขาภูมิใจในความเป็นเชลซี มี DNA ของทีมอยู่ในตัวบ้างไม่มากก็น้อย

ด้วยความมุ่งมั่นตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เชลซี ยื่นสัญญายาวฉบับใหม่และ เมาท์ ก็เพิ่งสะบัดน้ำหมึกเซ็นไปแบบไม่อิดออดเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งสัญญาใหม่จะทำให้เขาได้รับค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้น และมีฐานะการงานมั่นคงอยู่กับทีมไปจนถึงปี 2024

“มันยากที่ต้องตัดสินใจเลือกเชลซี แทนที่จะเป็นสโมสรรักในวัยเด็กหรือทีมที่ผมตามเชียร์อย่างใกล้ชิด แต่แน่นอนว่า นี่คือการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยมครั้งนึงเลย ผมคิดว่านั่นเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สุดด้วย”

“การฝึกฝนอย่างหนักและพัฒนาตัวเองต่อเนื่องที่เชลซี ตั้งแต่วัยเด็กช่วยให้ผมก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะของสโมสรในทุกวันนี้”

ในเชิงทฤษฏีสัญญาใหม่ฉบับนี้เป็นคำตอบชัดเจนและจับต้องได้แล้วว่า ..เจ้าหนูจากเมืองท่าทางใต้คิดไม่ผิดที่เลือกเชลซี

แต่ในทางปฏิบัติหากนักเตะดาวรุ่งทุกคนเลือกได้ ก็คงอยากลงสนามต่อเนื่องและโชว์ฝีเท้าให้โลกเห็นมากกว่า..


หากสนใจเป็นสมาชิกกับเรา :

ที่เว็บไซต์ W88 เรามีโบนัสเงินฟรีได้เลยสูงสุด 260 บาท เพียงเดิมพันในเกมกีฬาออนไลน์ คาสิโนสด หรือ เกมสล็อต และลุ้นรับโบนัสมากมายผ่านระบบการฝาก-ถอนที่แสนสะดวก สนใจสมัครสมาชิกตอนนี้เลย

สมัครเพื่อรับโปรโมชั่น W88 ได้ที่ :   Link 1   –   Link 2   –   Link 3

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Comments are closed.