วิเคราะห์ 4 ปัจจัยทำทีมชาติไทยชวดชิงแชมป์อาเซียน 2018

เกมฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 จบลงไปพร้อมความผิดหวังของแฟนบอล “ช้างศึก” หลังทีมชาติไทย เปิดบ้านทำได้แค่เสมอกับทีมชาติมาเลเซีย 2-2 และเป็นทีม “เสือเหลือง” ผ่านเข้าไปยืนรอลุ้นแชมป์สมัยที่ 2 ด้วยกฏประตูทีมเยือน กับผู้ชนะระหว่างทีมชาติเวียดนาม หรือ ฟิลิปปินส์ ที่จะลงสนามรอบตัดเชือกนัดที่ 2 ค่ำวันนี้

ในสายตาแฟนบอลชาวไทยส่วนใหญ่ปฏิเสธไม่ได้ว่า การต้องจอดป้ายแค่รอบรองชนะเลิศในซูซูกิ คัพ และหมดสิทธิ์เข้าไปป้องกันแชมป์ ถือเป็นการทำผลงานที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ขณะเดียวกันเวทีซูซูกิ คัพ ควรเป็นทัวร์นาเมนต์เรียกความมั่นใจของทีมชาติไทย และศรัทธาจากแฟนบอล ก่อนไปลุยฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย 2019 ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ต้นปีหน้า แต่ก็ทำได้อย่างน่าผิดหวัง

อย่างไรก็ดี ความล้มเหลวจากทัวร์นาเมนต์นี้ มิโลวาน ราเยวัช เฮดโค้ชชาวเซอร์เบีย น่าจะได้เรียนรู้ข้อผิดพลาดและกลับไปพัฒนาทีมให้ดีขึ้นก่อนที่เกมชิงแชมป์เอเชีย จะเปิดฉากขึ้นในเดือนมกราคม และนี่คือ 5 ปัจจัยที่ทำให้ทีมชาติไทยไปไม่ถึงฝั่งฝันในรายการนี้ ซึ่ง ราเยวัช จะต้องทบทวนอีกครั้ง

จบสกอร์ไม่เด็ดขาด

จริงอยู่ที่ทีมชาติไทยชุดนี้มีสถิติการสร้างโอกาสลุ้นประตูได้มากขึ้น แต่สิ่งที่ยังเป็นปัญหาใหญ่อยู่ที่ความเด็ดขาดในจังหวะจบสกอร์ โดย 2 ประตูที่ได้ในเกมกับมาเลเซีย ล้วนมาจากความผิดพลาดของคู่แข่งและมีโชคช่วยทั้งสิ้น ส่วนจังหวะสำคัญๆ ตัดสินเกมอย่างลูกจุดโทษช่วงทดเวลาบาดเจ็บ อดิศักดิ์ ไกรษร กองหน้าหมายเลข 1 ของทีมก็ดันยิงข้ามคานโยนโอกาสทองในการเข้ารอบทิ้งไปง่ายๆ

เน้นเกมรับเกินไป

ถึงแม้ด้วยอันดับโลกทีมชาติไทย จะไม่ได้เป็นเบอร์ 1 ของเอเซียน แต่ด้วยศักดิ์ศรีของแชมป์เก่าการลงสนามพบกับทีมประเทศเพื่อนบ้าน รูปเกมเป็นควรเป็นทีมชาติไทยครองบอลบุกเพื่อลุ้นทำประตูหรือเปิดเกมรุกแลกกับแบบสนุกสูสี แต่ ราเยวัช กลับให้ลูกทีมเน้นเกมรับมากกว่าปกติโดยเฉพาะเกมที่บุกไปเสมอมาเลเซีย 0-0 ในนัดแรก ซึ่งเป็นสิ่งที่ค่อนข้างขัดใจแฟนบอล

จังหวะสวนกลับ

เมื่อ ราเยวัช ตั้งใจให้ลูกทีมเน้นเกมรับด้วยความรัดกุมและอาศัยจังหวะสวนกลับเร็วเพื่อลุ้นประตู แต่จังหวะการประสานงานของผู้เล่นแนวรุกยังไม่ลงตัวทำให้ไม่มีประตูอย่างที่ต้องการ ดังนั้นหากเฮดโค้ชเซอร์เบีย ต้องการเล่นเกมรับกับทีมยักษ์ใหญ่ในทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์เอเชีย เขาต้องกลับไปติวเข้มในจังหวะสวนกลับเร็วให้ดีขึ้น รวมถึงซ้อมจังหวะลูกเตะและเตะมุมให้ดีขึ้นด้วย

ขาดผู้เล่นตัวหลัก

การไม่มี 4 ผู้เล่นตัวหลักทั้ง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ธีราทร บุนมาทัน และ ธีรศิลป์ แดงดา ที่ติดภารกิจต้องลงเล่นในกับสโมสรในประเทศ อาจเป็นเหตุผลให้ฟอร์มของทีมชาติไทยไม่ดุดันอย่างที่เคยเป็น แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้ออ้างด้วยศักยภาพของผู้เล่นชุดนี้ และชื่อชั้นของ ราเยวัช เขาควรต้องพาทีมชาติไทยเข้าชิงชนะเลิศ ซูซูกิ คัพ ให้ได้เป็นอย่างน้อย แต่กับเกมชิงแชมป์เอเชีย ในปีหน้า ทีมชาติไทยจะได้ 4 แข้งหลักกลับมาสมทบช่วยทีมแบบเต็มอัตราศึก ดังนั้นหากคราวนี้ผลงานยังไม่พัฒนาขึ้นอีกมีสิทธิ์ที่ ราเยวัช จะต้องพิจารณาตัวเอง


สมัครเลย ที่นี่ เพื่อเป็นสมาชิกกับ W88 ลุ้นรับสิทธิ์การเข้าใช้งานระดับพรีเมียม ในฐานะผู้ให้บริการเกมออนไลน์ที่ดีที่สุดในมาเลเซียในปี 2018

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Comments are closed.